ายเชษฐพันธ์ ชูเชื้อ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า หลังจากเกษตรกรได้เก็บเกี่ยวข้าวนาปีแล้ว หลายพื้นที่ในเขตชลประทานเริ่มทำนารอบใหม่ต่อไปโดยไม่เว้นช่วง ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการระบาดของศัตรูพืช โดยเฉพาะเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล จึงควรมีแนวทางในการป้องกันเอาไว้ เกษตรกรที่ยังไม่ได้ปลูกข้าว ควรเลือกใช้พันธุ์ข้าวที่มีความต้านทานต่อแมลง เช่น พันธุ์สุพรรณบุรี 60 พันธุ์ กข 23 เพราะเป็นพันธุ์ที่มีลำต้นแข็งแรงกว่าพันธุ์อื่น ๆ ซึ่งจะมีความต้านทานต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้เป็นอย่างดี สำหรับเกษตรกรที่ปลูกข้าวแล้วให้ติดตามเฝ้าระวังต้นข้าวที่ปลูก มีเพลี้ยกระโดด สีน้ำตาลในแปลงนาหรือไม่ หากพบเกินอัตรา 1 ตัว ต่อต้นข้าว 1 ต้น ควรเร่งกำจัดด้วยการใช้สารเคมีที่ปลอดภัยต่อสภาพแวดล้อม เช่น อิมิตาโคลพริด อัตรา 15 มิลลิกรัม ต่อ 20 ลิตร หรือ ไดโนทีฟูเรน อัตรา 10 กรัม/น้ำ 20 ลิตร โดยใช้ในระยะข้าวตั้งท้องถึงออกรวงหากการแก้ไขด้วยการใช้สารเคมีดังกล่าว มีความยุ่งยากในการจัดหาซื้อ และเพื่อเป็นการลดต้นทุน หรือลดอันตรายจากการใช้สารเคมี พี่น้องเกษตรกรสามารถใช้สารอินทรีย์ที่ทำขึ้นเองได้ มาใช้ป้องกัน และรักษาโรคพืช ในที่นี้จะขอแนะนำสารสกัดจุลินทรีย์ ซึ่งโรงเรียนชาวนาที่ อ.แม่สาย อ.เชียงแสน และ อ.แม่จัน ทำขึ้นเอง และใช้ได้ผลมาแล้ว โดยใช้สารสกัดดีพร้อม 2 – 5 ซีซี ผสมกับสารสมุนไพรทรัพย์ไพศาล10 ซีซี หรือ1 ช้อนแกง ผสมน้ำ20 ลิตร ฉีดพ่นจะเพิ่มประสิทธิภาพของสารสกัดได้ดียิ่งขึ้น สำหรับสูตร และวิธีการทำจุลินทรีย์หน่อกล้วย และสารสกัดอินทรีย์ดังกล่าวผู้สนใจติดต่อได้ที่ ศูนย์ข้อมูลด้านการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเชียงราย สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเชียงราย โทรศัพท์ 0-5371-8790 begin_of_the_skype_highlighting 0-5371-8790 end_of_the_skype_highlighting โทรสาร 0-5371-8970 begin_of_the_skype_highlighting 0-5371-8970 end_of_the_skype_highlighting