หลังจากคณะกรรมการพนักงานสอบสวนในคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ภ.เชียงราย ได้เรียกแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ออกมาเคลื่อนไหวในช่วงมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน จำนวน 5 คนคือ นางพิมพ์นารา หนองหารพิทักษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนดรุณวิทยา (เทศบาลบ้านสวนตาล) อ.เมือง จ.น่าน นายธนิต บุญญนิลนีเกษม จากกลุ่มพลังมวลชนเชียงราย นายวิทยา ตันติภูวนาถ นายทรงธรรม คิดอ่าน และนายอรรถกร กันทะไชย ผู้อำนวยการสถานีวิทยุชุมชนคนเสื้อแดง ความถี่เอฟเอ็ม 107.5 เมกะเฮิร์ต ตั้งอยู่ ต.ท่าสาย อ.เมืองเชียงราย ไปรับทราบข้อกล่าวหาในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.
ปรากฏว่าทั้งหมดไม่ไปรับทราบข้อกล่าวหา โดย 4 คนแรกขอเลื่อนไปเป็นวันที่ 29-30 มิ.ย.ส่วนนายอรรถกร ไม่ให้เหตุผลใดๆ นั้น
ล่าสุด พนักงานสอบสวนไม่ยอมให้ทั้งหมดขอเลื่อนการไปให้ปากคำ และได้นัดให้ทั้งหมดไปรับทราบข้อกล่าวหาพร้อมกันในวันนี้ (14 มิ.ย.) ซึ่งปรากฏว่าคนเสื้อแดงทั้งหมดยอมเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาโดยดี ทำให้คณะกรรมการได้แบ่งพนักงานสอบสวนออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกได้แจ้งข้อหาแก่ 3 คนแรก คือ นางพิมพ์นารา นายธนิต และนายวิทยา ในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีข้อกำหนดห้ามไม่ให้มีการชุมนุมทางการเมือง
แต่เมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา ทั้งหมดกลับนำคนเสื้อแดงกว่า 500 คนไปชุมนุมขับไล่รัฐบาลและยื่นหนังสือขอไม่ให้ใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมที่ เวทีราชประสงค์ กรุงเทพฯ ต่อตำรวจที่หน้ากองบังคับการตำรวจภูธร จ.เชียงราย และตัวแทนของผู้ว่าราชการจังหวัดที่ศาลากลาง จ.เชียงราย
นอกจากนี้ยังแจ้งข้อหากีดขวางการจราจรเพิ่มอีกข้อหาด้วย เนื่องจากวันดังกล่าวมีการนำรถยนต์และจักรยานยนต์เป็นจำนวนมากไปจอดทิ้งที่ หน้ากองบังคับการตำรวจภูธร จ.เชียงราย ก่อนจะพากันเดินขบวนไปยังศาลากลางจังหวัด
ชุดนี้ทางพนักงานสอบสวนได้แยกไปรับทราบข้อกล่าวหา และสอบปากคำที่ห้องพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงราย
ส่วนอีก 2 คน คือ นายอรรถกร และนายทรงธรรม ไม่ได้ไปร่วมการชุมนุมดังกล่าวด้วย แต่ได้ร่วมกันกระจายเสียงทางสถานีวิทยุคนเสื้อแดงทำการปลุกระดมมวลชนให้ไป รวมตัวกันที่หน้ากองบังคับการตำรวจภูธร จ.เชียงราย ขณะที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ได้อาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ห้ามไม่ให้มีการใช้วิทยุชุมชนในการปลุกระดมดังกล่าว
ดังนั้น พนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้งคู่ว่าฝ่าฝืน พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินเกี่ยวกับให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ และปลุกระดมมวลชนให้ออกมาชุมนุมกันดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม หลังจากพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าหาทั้งหมด ปรากฏว่า แกนนำแต่ละคนต่างมีวิธีการในการปฏิเสธข้อกล่าวหาไปต่างๆ นานา โดยกรณีของนางพิมพ์นารา อ้างว่าวันดังกล่าวพึ่งถูกให้ไปช่วยราชการที่เทศบาล ต.บ้านดู่ จึงใส่ชุดข้าราชการไปด้วยและช่วงเช้าได้ขอลาไปซื้อผลไม้ไปเซ่นไหว้เจ้าที่ ที่เทศบาล แต่ระหว่างทางพบกลุ่มคนเสื้อแดงจึงไปร่วมโดยไม่รู้ว่าพื้นที่ จ.เชียงราย มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน แล้ว เพราะคิดว่ามีเฉพาะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเท่านั้น ขณะที่นายธนิต และนายวิทยา ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
ด้าน นายอรรถกรกลับระบุว่า ไม่พร้อมที่จะให้ปากคำใดๆ และขอปรึกษาทนายโดยขอเลื่อนการให้ปากคำ นายอรรถกรระบุอีกว่า ไม่ได้ไปร่วมการชุมนุมด้วย ขณะเดียวกันได้อ้างว่ากรณีการชุมนุมของคนเสื้อหลากสีเหตุใดจึงไม่ถูกดำเนิน คดีด้วย ทั้งๆ ที่การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงได้ยุติลงทันทีที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งแตกต่างจากคนเสื้อแดงที่ยังฝ่าฝืนจนมีการแจ้งข้อหาดำเนินคดีดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข้ออ้างต่างๆ นานา แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียงลำดับเหตุการณ์ให้ฟังพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาและ ให้สิทธินายอรรถกร และนายทรงธรรม ในการให้ปากคำ ซึ่งท้ายที่สุดทั้งคู่ก็ให้การปฏิเสธเหมือนคนอื่นๆ
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ในการไปรับทราบข้อกล่าวหาของคนเสื้อแดงทั้ง 5 คนดังกล่าว มีแกนนำคนเสื้อแดงบางส่วนไปให้ปากคำ เช่น นายวีระ ชมพูวิเศษ หรือถวัลย์ งามวงศ์, นายสมชัย แสงทอง ฯลฯ รวมทั้งมีการ์ดคนเสื้อแดงไปดูแลด้วย
ขณะที่ในกรณีของนางพิมพ์นาราที่อ้างว่าได้เดินทางมาจาก จ.น่าน ปัจจุบันอยู่ระหว่างถูกสอบสวนทางวินัยจากทางโรงเรียนต้นสังกัดอยู่
ทั้งนี้ ในการไปมอบตัวกลุ่มคนเสื้อแดงต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา โดยส่วนใหญ่เห็นว่าเหตุการณ์ถูกดำเนินคดีเมื่อปี 2552 มีความรุนแรงกว่านี้ เพราะมีผู้ถูกดำนินคดีหลายสิบคนกรณีไปปิดสี่แยกแม่กรณ์และถนนบรรพปราการ อ.เมืองเชียงราย และพวกเขาเห็นว่าเป็นคดีรุนแรงเพราะต้องใช้การประกันตัวออกมาสู้คดี แต่ในครั้งนี้กลับถูกดำเนินคดีแค่ 4 คน และไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ประกันตัวใดๆ
พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ผบก.ภ.เชียงราย กล่าวว่า พนักงานสอบสวนจะได้สอบปากคำทั้งหมดให้แล้วเสร็จ เพื่อจะได้สรุปสำนวน เพื่อส่งฟ้องต่ออัยการจังหวัดตามขั้นตอนต่อไป ส่วนผู้ต้องหาทั้งหมดหลังให้ปากคำก็ปล่อยตัวออกมาสู้คดีตามปกติ ไม่ได้มีการควบคุมตัวเอาไว้ เนื่องจากไปพบพนักงานสอบสวนตามที่ร้องขอโดยไม่ต้องออกหมายจับ
“ข้อมูลและหลักฐานเกี่ยวกับคดีนี้ถือว่ามีความละเอียดครบถ้วน ไม่น่าเป็นห่วงใดๆ”